เครื่องปั่นน้ำผลไม้มีกี่ประเภท แต่ละประเภทมีการใช้งานแตกต่างกันอย่างไร

จากกระแสคนรักสุขภาพในปัจจุบันที่เพิ่มมากขึ้น ผู้คนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ ทั้งกายออกกำลัง และการรับประทานอาหารก็มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน หรือแม้กระทั่งการเลือกบริโภคเครื่องดื่มก็มีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วย ผู้คนหันมาดื่มน้ำผัก ผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพกันมากขึ้น ทั้งแบบพาสเจอร์ไรซ์บรรจุกล่องสำเร็จรูปที่มีขายทั่วไป หรือบางคนต้องการดื่มน้ำผัก ผลไม้แบบคั้นสดใหม่ทุกวันก็สามารถหาซื้อเครื่องปั่นน้ำผลไม้มาติดไว้ที่บ้านซักเครื่องก็สามารถทำได้ แน่นอนว่าการที่ร่างกายได้รับสารอาหารจากน้ำผัก ผลไม้แบบสดใหม่อยู่ตลอดเป็นประจำทุกวันนั้น ย่อมได้รับคุณค่าสารอาหารที่มากกว่าการดื่มแบบบรรจุกล่องพาสเจอร์ไรซ์อยู่แล้ว สารอาหารที่อุดมอยู่ในผัก ผลไม้จะช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดี ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารและระบบการขับถ่ายให้สมดุลขึ้น มีส่วนช่วยผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักอีกด้วย

เครื่องปั่นน้ำผลไม้ ในท้องตลาดปัจจุบันสามารถหาซื้อได้ง่าย มีให้เลือกซื้อหลายรูปแบบ หลายประเภทตามลักษณะการทำงานของตัวเครื่อง แน่นอนว่ายิ่งเครื่องใดมีระบบการทำงานที่ดีขึ้น ความเร็วของมอเตอร์ที่มากขึ้น สามารถปั่นวัตถุดิบที่มีกากใยสูงได้ หรือวัตถุดิบที่มีลักษณะค่อนข้างแข็งได้ ราคาก็ย่อมสูงตามไปด้วยเป็นธรรมดา และเพือให้ผู้ที่กำลังจะซื้อแต่ยังไม่มีข้อมูลว่ารูปแบบเครื่องที่เราต้องการใช้ เหมาะสมกับเครื่องที่ทำงานรูปแบบใด เราจึงทำการจำแนกเครื่องปั่นน้ำผลไม้แบ่งตามลักษณะการใช้งานออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท ดังนี้

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบเคาน์เตอร์ เป็นประเภทที่นิยมใช้กันอย่างมาก สามารถเห็นได้ทั่วไป มีทั้งแบบใช้ในครัวเรือนและสำหรับผู้ที่ต้องการทำเป็นธุรกิจ ระบบการทำงานของตัวเครื่องใช้งานง่าย มีลักษณะเป็นตัวเครื่องที่เป็นมอเตอร์ด้านล่าง และมีโถปั่นอยู่ด้านบนโดยทั่วไปโถปั่นจะมีความจุอยู่ที่ประมาณ 1-2 ลิตร วัสดุที่ใช้ผลิตมีทั้งแก้ว ,พลาสติกใส หรือสแตนเลสก็มีให้เลือกใช้กัน ซึ่งวัสดุที่ใช้ผลิตตัวโถปั่นต่างก็มีข้อดี – ข้อเสียแตกต่างกัน ดังนี้

  • โถปั่นแก้ว : วัสดุชนิดนี้จะทำให้โถปั่นมีน้ำหนักมากกว่าวัสดุชนิดอื่น การหยิบจับมาใช้ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะเป็นวัสดุที่แตกหักได้ค่อนข้างง่าย แต่การใช้งานค่อนข้างมีความเสถียรภาพกว่าวัสดุชนิดอื่น โถแก้วทำความสะอาดง่าย
  • โถปั่นพลาสติกใส : เป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบากว่าโถแบบแก้วอยู่มากพอสมควร แต่มีโอกาสเกิดรอยขีดข่วน หรือเหลืองได้ และเป็นวัสดุที่สามารถดูดซับกลิ่นอาหารจนทำให้ติดกับตัวโถปั่นได้
  • โถปั่นสแตนเลส : เป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม ทำความสะอาดค่อนข้างง่าย แต่ระหว่างการทำงานจะทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถมองเห็นวัตถุดิบที่อยู่ภายในโถปั่น ทำให้ผู้ใช้ต้องคอยเปิดฝาโถดูว่ามีสถานะการปั่นละเอียดประมาณไหนแล้ว

ตัวอย่าง: เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบสมูทตี้ (กำลังสูง) แบบวางบนเคาน์เตอร์ พร้อมโถปั่นพลาสติกใส (โพลี่คาร์บอเนต)

เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบมือถือ เป็นเครื่องปั่นที่มีขนาดเล็ด กะทัดรัด พกพาสะดวก ประหยัดพื้นที่จัดเก็บและขณะใช้งาน สามารถทำงานได้หลากหลายกว่าเครื่องปั่นแบบเคาน์เตอร์ แต่ก็ไม่สามารถทำงานหนักได้เทียบเท่า เครื่องปั่นแบบมือถือนี้สามารถปั่นน้ำผลไม้ได้ ,ทำโจ๊ก หรือซุปได้ เป็นต้น ผู้ใช้สามารถนำหัวเครื่องปั่นประเภทนี้ ไปปั่นในภาชนะอื่นได้ ไม่จำเป็นต้องเทวัตถุดิบ หรืออาหารลงในโถปั่นเพียงอย่างเดียว เพียงแค่ภาชนะนั้นๆมีความกว้างมากพอให้หัวปั่นจุ่มลงไปได้ก็สามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นในหม้อซุป หรือชามผสมอาหารก็ย่อมทำได้อย่างง่ายดาย ข้อจำกัดการใช้งานของเครื่องปั่นประเภทนี้คือ เหมาะสำหรับงานเบาๆ ทำอาหารในปริมาณที่ไม่มาก ไม่สามารถปั่นวัตถุดิบที่มีลักษณะแข็ง หรือวัตถุดิบที่มีกากใยมากๆได้ เนื่องจากมีอุปกรณ์ค่อนข้างน้อย การทำความสะอาดจึงค่อนข้างง่าย และรวดเร็ว ประหยัดเวลาได้มากเลยทีเดียว

จากข้อมูลข้างต้นที่ได้กล่าวมาแล้ว สามารถสรุปแบบคร่าวๆได้ว่า การเลือกซื้อเครื่องปั่นต้องคำนึงถึงการใช้งานของเราก่อน ว่าเหมาะสมกับเครื่องปั่นประเภทใด ผู้ซื้อไม่ควรใช้ราคามาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจซื้อมากกว่าความเหมาะสมต่อการใช้งาน หากผู้ซื้อซื้อเครื่องที่ถูกแต่มีกำลังการทำงานของมอเตอร์ต่อรอบต่ำ แต่การใช้งานของคุณต้องใช้เครื่องปั่นที่มีกำลังปั่นที่มากกว่า อาจทำให้การใช้งานในแต่ละครั้งใช้ระยะเวลามากกว่าที่ควรจะเป็น หรืออาจส่งผลให้เกิดการเสียหายของตัวเครื่องได้หากมีการใช้งานหนักมากเกินไป ส่งผลเสียต่อผู้ซื้อโดยตรง ต้องส่งซ่อม หรืออาจจะถึงขนาดต้องซื้อเครื่องใหม่มาทดแทนเครื่องเก่าก็เป็นได้ หรืออีกกรณีหนึ่ง ที่ผู้ซื้อได้ซื้อเครื่องปั่นที่มีการทำงานมากเกินจำเป็น ผู้ซื้อบางคนอาจคิดว่าไหนๆก็ซื้อแล้วก็ซื้ออย่างดีที่สุดไปซะทีเดียวเลย หากการใช้งานของคุณมีลักษณะที่ต้องการใช้งานเบา แต่คุณซื้อเครื่องที่มีระบบการทำงานที่สูงเกินจำเป็นที่จะใช้งาน ทำให้ผู้ซื้อได้ใช้งานตัวเครื่องไม่คุ้มค่ากับเงินที่สูญเสียไป จึงใช้งานตัวเครื่องไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งการที่เครื่องใหญ่ขึ้นกำลังการหมุนของมอเตอร์ก็ต้องสูงขึ้นไปอีก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เปลืองไฟ ต้องจ่ายค่าไฟที่เพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ควรพิจารณาและทำการประเมินการใช้งานให้เหมาะสมก่อนทำการเลือกซื้อ เพื่อป้องกันผลเสียที่จะตามมาภายหลัง